
อาดิดาส Nitrocharge เป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ที่ 4 อย่างเป็นทางการ สำหรับการทำตลาดรองเท้าฟุตบอล
ของแบรนด์ชั้นนำจากเยอรมันนี โดยรองเท้าซีรี่ย์นี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดของ "พลังงาน" ที่รองเท้าจะมอบ
ให้กับผู้สวมใส่ตลอดเกมส์การแข่งขัน ทำให้ผู้สวมใส่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมุทะลุดุดัน เพื่อเข้าสกัดแย่งบอล
จากคู่แข่งไปตลอดเวลา รองเท้าซีรี่ย์นี้ไม่ใช่รองเท้าสายพละกำลังเพื่อการจู่โจมโดยตรง แต่กลับเป็นรองเท้า
สายพละกำลังเพื่อการปกป้องเท้า เหมือนเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บให้กับนักฟุตบอล
ตัวตัดเกมส์ ที่จะต้องเข้าสกัดบอลจากคู่แข่ง มากผู้เล่นคนอื่นในทีม
อาดิดาสได้ทำการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2013 โดยได้ดึงเอา
นักฟุตบอลสไตล์ โหด ดุดัน ที่วิ่งตลอด 90 นาที และพร้อมเข้าสกัดแย่งบอลอย่างหนักหน่วงจากคู่แข่งตลอดเวลา
อย่าง ดาเนี่ยล อัลเวส, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, เอเซเกล ลาเวซซี่ และ ฆาบี มาร์ติเนช มาเป็นพรีเซนเตอร์หลัก
ให้กับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ที่มีจุดขายไม่เหมือนใครซีรี่ย์นี้จากอาดิดาส
รุ่นของรองเท้าฟุตบอลทั้งหมดในซีรี่ย์ Nitrocharge นั้น อาดิดาสจำแนกออกเป็น 3 รุ่นหลัก โดยใช้รหัสตัวเลข
ตามหลังชื่อซีรี่ย์ ได้แก่ Nitrocharge 1.0 ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นท็อปสุด ส่วนรุ่นรองท็อปลงมาจะเป็น Nitrocharge 2.0
และมีรุ่น Nitrocharge 3.0 เป็นรองเท้าระดับล่างสุดในสายการผลิต
สีที่มีออกมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

Nitrocharge 1.0

Nitrocharge 1.0 เป็นชื่อเรียกของรองเท้ารุ่นท็อปสุดในสายการผลิตของซีรี่ย์นี้ จึงแน่นอนว่าเทคโนโลยีทั้งหมด
ที่ทีมพัฒนาของอาดิดาสคิดค้นออกแบบมาให้กับรองเท้าสายพันธุ์ที่ 4 ของตนเอง จะถูกบรรจุไว้กับรองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้
โดยวัสดุของตัวรองเท้ารุ่นนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ส่วนด้านหน้าและหัวรองเท้าจะใช้หนังสังเคราะห์ที่
เรียกว่า ไฮบริดทัช (Hybridtouch) ซึ่งเป็นหนังสังเคราะห์แบบเฉพาะตัวที่อาดิดาสคิดค้นขึ้นมา และได้เคยใช้
กับรุ่น Predator® Lethal Zones มาก่อน หนังชนิดนี้มีคุณสมบัติในเรื่องของ น้ำหนักเบา ความนุ่มการบีบกระชับ
กับเท้า ไม่อมน้ำ ความทนทานแข็งแรงและผิวสัมผัสที่ดึงดูดกับผิวของลูกบอลได้เป็นอย่างดี
ส่วนด้านหลังของตัวรองเท้าจะเป็นโครงเส้นใยแข็งๆ ถักทอให้เป็นรูปร่างแบบตาข่าย (Potection Mesh)
ปิดทับตัวรองเท้าอีกชั้นหนึ่งเอาไว้ เพื่อเป็นส่วนที่คอยปกป้องและลดแรงกระแทกจากการเข้าปะทะ ซึ่งจุดนี้ได้
มาจากแนวคิดมาจากชุดเกราะนักรบโบราณ ทั้งนี้..ตรงหุ้มแนวเอ็นร้อยหวาย ที่เป็นพิมพ์นูนขึ้นมานั้น จะมีการ
เสริมฟองน้ำให้หนาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยปกป้องเอ็นร้อยหวายจากการปะทะอีกด้วย
ส่วนเทคโนโลยีอื่นๆ ที่อาดิดาสบรรจุมาในรองเท้าระดับท็อปคลาส Nitrocharge 1.0 รุ่นนี้ ก็จะมีแถบยางคาด
ตรงกลางหลังเท้า เรียกว่า "Energysling" ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความกระชับหลังเท้า กระตุ้นให้การเคลื่อนที่
ด้วยปลายเท้า สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกหนึ่งเทคโนโลยีเฉพาะรองเท้าระดับท็อปคลาสเช่นนี้ ก็คือชุดพื้นนอกแบบ Sprintframe ซึ่งเป็นชุดพื้นชิ้นเดียว
ที่ฉีดขึ้นรูปด้วยพลาสติก TPU ถูกออกแบบให้บางและเบา ให้ความสมูทในการเคลื่อนที่ แถมยังผสานกับเทคโนโลยี
ใหม่ที่เรียกว่า "Enerypulse" ซึ่งบรรจุเฉพาะรุ่น Nitrocharge 1.0 เท่านั้น โดยเทคโนโลยีชิ้นนี้จะวางตัวอยู่ที่ชุดพื้น
ส่วนหน้า (บริเวณฝ่าเท้า) ทำหน้าที่สำหรับที่จะทำให้ชุดพื้นมีแรงดีด สามารถถีบฝ่าเท้า ทำให้ผู้สวมใส่มีประสิทธิภาพ
สปรินซ์ตัวไปด้านหน้าได้ดีขึ้น เมื่อทำการวิ่งด้วยปลายเท้า
หุ้มส้นด้านในจะเป็นหน้าผ้าหนังสังเคราะห์ มีผิวหน้าสัมผัสไม่ฝืดนัก แต่มีความนุ่มสูงมาก เนื่องจากด้านในบุ
ฟองน้ำเอาไว้หนาพอสมควร แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจากโฟม EVA มีความหนาเป็นพิเศษ ผิวหน้าสัมผัสเป็นหน้าผ้า
กำมะหยี่ สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้ และจะพบกับช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ MI Coach Speed_Cell
อยู่ทางข้างซ้าย และเฉพาะ Nitrocharge 1.0 รุ่นท็อปรุ่นนี้เท่านั้น ที่เกราะป้องกับส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายจะเป็น
แบบภายนอก (External Heel Counter) โดยรองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในซีรี่ย์ ซึ่งไซด์มาตรฐานมี
น้ำหนักตัว 238 กรัม

สรุปข้อมูลทั่วไป
ระดับรองเท้า : Top Class
วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์ไฮบริดทัช (Hybridtouch)
ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายนอก (Enternal Heel Counter)
วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้
จุดเด่นของชุดพื้น : ชุดพื้นแบบ Sprintframe และเทคโนโลยี Energypulse
วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : TPU
ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดสามเหลี่ยม/หน้าปุ่มมีแนวบาก
น้ำหนักโดยประมาณ : 238 กรัม
จุดเด่นโดยรวม : เทคโนโลยีใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วและประหยัดพลังงาน
ราคา : 7,290 บาท
Nitrocharge 2.0
รองเท้าระดับรองท็อปของซีรี่ย์นี้ ถูกอาดิดาสทำตลาดในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Nitrocharge 2.0 ในฐานะ
ที่เป็นรองเท้าระดับรองลงมา ทำให้เทคโนโลยีบางอย่างถูกตัดทอนลงไปจากรุ่นท็อป และมีรายละเอียดบางจุด
ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับราคาค่าตัวที่ถูกลงกว่าครึ่ง
เริ่มต้นจากวัสดุของรองเท้ารุ่นนี้กันก่อน โดยตัวรองเท้าจะเป็นหนังสังเคราะห์ทั่วไป (Synthetic Leather)
ตั้งแต่บริเวณหัวรองเท้าที่ใช้สัมผัสกับลูกบอล ไล่มาจนถึงทางข้างเท้าด้านในทั้งหมด ถือเป็นจุดใหญ่ที่แตกต่าง
จากรุ่นท็อป ทั้งนี้..ลักษณะแนวด้ายเย็บบริเวณหัวรองเท้า ที่มีการบุฟองน้ำเอาไว้ให้เป็นบล็อคนูนขึ้นมา ก็มี
รายละเอียดลักษณะแนวด้ายเย็บที่แตกต่างกันพอสมควร
ส่วนวัสดุทางข้างเท้าด้านนอก ก็จะเป็นหน้าผ้าโครงเส้นใยแข็งๆ ถักทอให้เป็นรูปร่างแบบตาข่าย
(Potection Mesh) ปิดทับชั้นหนังสังเคราะห์ด้านในอีกชั้นหนึ่ง ทำหน้าที่คล้ายเกราะนักรบโบราณ เพื่อ
ให้การปกป้องและลดแรงปะทะจากคู่แข่ง ซึ่งตรงนี้ถือได้ว่ามีรายละเอียดที่ไม่แตกต่างจากรุ่นท็อป
Nitrocharge 1.0 เลย ตลอดจนส่วนของปลายหุ้มส้นและเอ็นร้อยหวาย ก็จะยังคงมีส่วนที่บุฟองน้ำเอาไว้
ด้านใน เพื่อให้หุ้มส้นมีความหนามากขึ้นกว่าปกติ สำหรับการปกป้องแนวเอ็นร้อยหวายจากการถูกเข้าปะทะ
ทั้งนี้..เทคโนโลยี Energysling ที่เป็นแถบยางคาดขวางตามแนวหลังเท้า ก็ยังถูกระบุว่ามีบรรจุอยู่ใน
รองเท้ารุ่นรองท็อปรุ่นนี้ แม้ว่าจะไม่มีข้อความพิมพ์เอาไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม..ลักษณะเนื้อยาง
ของแถบ Energysling ของรองเท้ารุ่น Nitrocharge 2.0 นั้นดูจะมีเนื้อยางที่แข็งทื่อกว่า และไม่ค่อยจะ
ยืดหยุ่นและรัดกระชับได้ดีเท่ากับแถบยางของรุ่นท็อป Nitrocharge 1.0
สำหรับชุดพื้นและปุ่มของ Nitrocharge 2.0 นั้นแทบจะไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีอยู่ในรุ่นท็อปเลย เริ่มจาก
ชุดพื้นนอกที่เป็นโครงสร้างแบบธรรมดา ไม่ใช่ชุดพื้น Sprintframe และชุดพื้นส่วนหน้าที่เห็นเป็นกราฟฟิก
แบบเดียวกับรุ่นท็อป แต่ปรากฏว่า Nitrocharge 2.0 ไม่มีเทคโนโลยี Energypulse ที่เป็นโครงสร้างแบบ
สปริง จึงไม่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดีดของฝ่าเท้าได้ดีเหมือนกับรุ่นท็อป
นอกเหนือจากเทคโนโลยีที่ถูกตัดทอนลงไปแล้ว ดีไซน์ของปลายปุ่มก็แตกต่างเช่นกัน โดยจะสังเกตได้ว่า
ปลายปุ่มทั้ง 11 ปุ่ม ของรองเท้ารุ่นนี้ จะเป็นสีเดียวกันทั้งหมด และไม่มีปุ่มใสปรากฏให้เห็น
เกราะป้องกันแรงกระแทกบริเวณส้นเท้าเป็นเกราะแบบภายใน (Internal Hell Counter) เท่านั้น ให้ความ
หนาแน่นในการป้องกันได้ในระดับปกติกลางๆ ส่วนแผ่นรองพื้นด้านในซึ่งผลิตจากโฟม EVA สามารถถอด
แยกออกมาจากตัวรองเท้า เพื่อใช้งานช่องใส่ MI Coach Speed_Cell ทางข้างซ้ายได้ และมีผิวหน้าสัมผัส
เป็นหน้าผ้ากำมะหยี่ เหมือนกับรุ่นท็อป
แต่ Nitrocharge 2.0 จะมีน้ำหนักตัวหนักขึ้นมาพอสมควร ด้วยการที่เทคโนโลยีบางอย่างแตกต่างกันไป
โดยไซด์มาตรฐานของรองเท้ารุ่นนี้ มีน้ำหนัก 283.5 กรัม

สรุปข้อมูลทั่วไป
ระดับรองเท้า : Medium Class
วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์ (Synthetic leather)
ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายใน (Internal Heel Counter)
วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้
จุดเด่นของชุดพื้น : -
วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : TPU
ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดสามเหลี่ยม/หน้าปุ่มมีแนวบาก
น้ำหนักโดยประมาณ : 283.5 กรัม
จุดเด่นโดยรวม : -
ราคา : 3,690 บาท
Nitrocharge 3.0

รองเท้าระดับล่างสุดของซีรี่ย์นี้ มีชื่อรุ่นว่า Nitrocharge 3.0 แม้ว่าซีรี่ย์อื่นๆ รองเท้าระดับนี้จะมีสเปคที่ค่อนข้าง
จะใกล้เคียงกับรุ่นรองท็อปพอสมควร แต่สำหรับ Nitrocharge 3.0 กลับถูกตัดทอนเทคโนโลยีและลูกเล่นต่างๆ ออก
จนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงที่มาจากรุ่นท็อปเลย
เริ่มจากวัสดุหลักที่อาดิดาสเอามาตัดเย็บเป็น Nitrocharge 3.0 นั้นเป็นหนังสังเคราะห์ทั่วไป (Synthetic Leather)
ซึ่งหน้าสัมผัสมีการเดินแนวด้ายเย็บคล้ายกับรุ่นรองท็อป และจะเป็นวัสดุประเภทนี้ไปจนถึงข้างตัวรองเท้า ทั้งข้างใน
และข้างนอก ตลอดจนส้นเท้าและแนวป้องกันเอ็นร้อยหวาย โดยลักษณะผิวจะถูกทำให้มีหน้าตาคล้ายเส้นใยเท่านั้น
ไม่ใช่เส้นใยแข็งๆ เหมือนรุ่นอื่น ดังนั้น Nitrocharge 3.0 ไม่มีโครงเส้นใยแข็งๆ ถักทอให้เป็นรูปร่างแบบตาข่าย
(Potection Mesh) คอยช่วยปกป้องทางครึ่งหลังของตัวรองเท้า
และแน่นอนว่า แถบคาดตามขวางตรงหลังเท้า ที่เรียกว่า Energysling ก็ไม่ปรากฏในรองเท้ารุ่นนี้ด้วย โดย
ที่เห็นว่ามีนั้น จะเป็นเพียงแถบพลาสติกผิวลื่นๆ ทำหน้าตาให้คล้าย เท่านั้น เช่นเดียวกับเทคโนโลยี Energypulse
ก็ไม่มีอยู่ในรองเท้ารุ่นนี้เช่นกัน
ส่วนของชุดพื้นซึ่งฉีดขึ้นรูปจากพลาสติก TPU ทั้งแผง แต่ไม่ใช่ชุดพื้น Sprintframe ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะ
ชุดพื้นดังกล่าวถูกใช้เฉพาะรองเท้าระดับท็อปเท่านั้น ทั้งนี้..ยังมีรูปแบบของปุ่ม FG ที่แตกต่างกว่าพี่ๆ ในซีรี่ย์
เป็นพิเศษ โดยปุ่ม FG ของ Nitrocharge 3.0 จะเป็นปุ่มใบมีดตามยาว ใช้รูปแบบการวางปุ่มแบบรองเท้า
อาดิดาสรุ่นเก่า ไม่ใช่ปุ่มใบมีดสามเหลี่ยมเหมือนที่ใช้กับรุ่นที่สูงกว่า

เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย จะเป็นแบบภายใน (Internal Hell Counter) เท่านั้น ไม่ใช่เกราะภายนอก
ที่มีชิ้นพลาสติกแข็งๆ มาช่วยป้องกันส้นเท้า และหุ้มส้นด้านในจะเป็นหน้าสัมผัสแบบผ้า ไม่ใช่หน้าสัมผัส
หนังสังเคราะห์ที่ใช้กับรุ่นที่สูงกว่า เรียกได้ว่าเป็นไปตามราคาค่าตัวของรองเท้าสุดๆ เลย
แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจากโฟม EVA แต่จะมีผิวหน้าสัมผัสแบบไนล่อน ไม่ใช่หน้าผ้ากำมะหยี่แต่อย่างใด
โดยแผ่นรองพื้นสามารถถอดแยกออกมาจากรองเท้า และมีช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ MI Coach Speed_Cell
อยู่ทางพื้นข้างซ้ายมาให้ใช้เหมือนกับรุ่นอื่นๆ น้ำหนักตัวรองเท้ารุ่นนี้อยู่ที่ 283.5 กรัม

สรุปข้อมูลทั่วไป
ระดับรองเท้า : Begin Class
วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์ (Synthetic leather)
ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายใน (Internal Heel Counter)
วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้
จุดเด่นของชุดพื้น : -
วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : TPU
ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดตามยาว
น้ำหนักโดยประมาณ : 283.5 กรัม
จุดเด่นโดยรวม : -
ราคา : 2,390 บาท
Tech-Sheet
| ADIDAS NITROCHARGE SERIES | |||
| Nitrochrage 1.0 | Nitrochrage 2.0 | Nitrochrage 3.0 | |
| คลาส | Top | Medium | Begin |
| หนังตัวรองเท้า | หนังสังเคราะห์ไฮบริดทัช | หนังสังเคราะห์ทั่วไป | หนังสังเคราะห์ทั่วไป |
| Potection mesh | ด้านใน-ด้านนอก-ส้นเท้า | ด้านนอก-ส้นเท้า | ไม่มี |
| Energysling | มี | มี | ไม่มี |
| Energypulse | มี | ไม่มี | ไม่มี |
| Sprintframe | มี | ไม่มี | ไม่มี |
| วัสดุแผ่นรองพื้น | EVA | EVA | EVA |
| หน้าสัมผัสแผ่นรองพื้น | กำมะหยี่ | กำมะหยี่ | ไนล่อน |
| การถอดแผ่นรองพื้น | ถอดได้ | ถอดได้ | ถอดได้ |
| ช่องใส่ MI coach | มี | มี | มี |
| น้ำหนัก(กรัม) | 238 | 283.5 | 283.5 |
| ราคา(บาท) | 7,290 | 3,690 | 2,390 |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น