วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Mercurial IX

 
   ไนกี้ Mercurial IX คือเจเนอเรชั่นที่ 9 อย่างเป็นทางการของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์สปีดสุดฮิต  ถูกเปิดตัว
ทำตลาดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2013  มาในเจเนอเรชั่นนี้  ไนกี้ยังได้โปรโมทพร้อมกับคอนเซ็ปของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์
อย่าง แลมเบอร์กินี่ กัลลาร์โด้  ซึ่งมาพร้อมกับคำนิยามสั้นๆ ได้ใจความว่า "Be Fast Be Mercurial"

   ความโดดเด่นที่นอกเหนือจากสีสันต์สุดสะดุดตา  ซึ่งดูจะเป็นเรื่องปกติของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์นี้ไปแล้ว
ก็คือการลงเฉดสีในแบบทูโทน ไล่เฉดสี  แถมลงสีในแบบวาววับสะท้อนแสง เตะตา  แถมยังมาพร้อมกับจุดขาย
ของลักษณะพื้นผิวสัมผัสของตัวรองเท้า  ที่เป็นผิวขรุขระ คล้ายผิวของลูกกอล์ฟ  โดยไนกี้ได้โปรโมทว่าจะสามารถ
ช่วยเพิ่มศักยภาพของการสัมผัสบอลได้ดีขึ้น  และยังลดแรงเสียดทานได้ตามลักษณะของอากาศพลศาสตร์อีกด้วย  

    
   "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ยังคงเป็นผู้ที่รับหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์หลักให้กับไนกี้ Mercurial Vapor IX แบบ
ไม่ต้องสงสัย  แต่ยังมีนักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์อีกคนหนึ่งที่ไนกี้ได้เลือกมาใช้เป็นพรีเซนเตอร์หลักร่วมด้วย
นั่นก็คือ "เนย์มาร์" นักฟุตบอลดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนี้  ซุปเปอร์สตาร์ทั้ง 2 คนนี้  ถือเป็นผู้ที่จะถ่ายทอด
ภาพลักษณ์ความสามารถของรองเท้าฟุตบอลพันธุ์ซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี  

   ไม่เพียงเท่านั้น  ยังรวมถึงบรรดานักฟุตบอลฝีเท้าจัดจ้าน  ใช้ความเร็วเข้าจู่โจมคู่แข่งอีกมากมาย อาทิ 
ธีโอ วัลคอตต์, ราฮีม สเตอร์ริ่ง, ฟรองค์  ริเบรี่, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ซูดาน ซาคิรี่, ดิดิเยร๋ ดร็อกบา 
และเอด็อง อาซาร์
  ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักฟุตบอลที่จะลงสนามแข่งขันด้วยรองเท้า Mercurial Vapor IX
อย่างพร้อมเพรียงกัน  

    
    ในเจเนอเรชั่น Mercurial IX นี้  ยังได้มีการลดสายการผลิตของรองเท้าบางรุ่นออกไป  โดยทางไนกี้
ได้ตัดรองเท้าฟุตบอลระดับล่าง  ที่เคยทำตลาดในชื่อว่า Mercurial Glide ออกไป  ส่วนรองเท้าระดับรองท็อป
ก็ได้เปลี่ยนชื่อจาก Mercurial Miracle มาเป็นชื่อ Mercurial Veloce  โดยมีรองเท้ารุ่นล่างสุดในชื่อว่า
Mercurial Victory  ดังนั้นเมื่อนับรวมทั้งหมดแล้ว  ไนกี้ได้ให้ตัวเลือกในเจเนอเรชั่นนี้ไว้ทั้งหมด 3 รุ่น 3 ระดับ
ที่แตกต่างกัน

   สีที่มีออกมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ



Mercurial Vapor IX


   
   Mercurial Vapor (IX) ชื่อนี้ที่คุ้นเคยกันมานานกว่า 15 ปี  ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นสำคัญที่สุดในการทำตลาด
ของไนกี้ อย่างแท้จริง  เป็นชื่อรุ่นของรองเท้าระดับท็อปคลาส  ในสายการผลิตของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์
รถสปอร์ต  แน่นอนว่า รองเท้ารุ่นนี้ต้องบรรจุเทคโนโลยีที่ดีที่สุด  ที่ไนกี้คิดค้นมาเพื่อการเป็นรองเท้าประเภท
ความเร็ว ที่สมบูรณ์แบบ

    
   หนังสังเคราะห์เทจิน ไมโครไฟเบอร์ (Tejin microfiber) เป็นหนังสังเคราะห์แบบพิเศษที่ไนกี้พัฒนา
และเอามาใช้เป็นวัสดุหน้าผ้าและตัวรองเท้า ให้กับ Mercurial Vapor IX  แม้ว่าชื่อวัสดุดังกล่าว  จะเป็นที่คุ้นหู
เพราะเป็นวัสดุที่เอามาใช้ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกแล้ว  แต่มาในเจเนอเรชั่นที่ 9 นี้ รูปแบบของหนังได้ถูกพัฒนา
ให้มีความบาง  แต่แฝงไปด้วยความนุ่ม  ที่สำคัญ..หน้าผ้าสัมผัสยังเป็นพื้นผิวขรุขระ คล้ายผิวของลูกกอล์ฟ
โดยไนกี้ ได้ให้ข้อมูลว่า ผิวลักษณะแบบนี้ จะช่วยลดแรงต้านอากาศหรือค่า Cd (Coefficient of Drag) 
เพื่อให้ Drag Force มีค่าน้อยที่สุด หรือที่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เรียกว่า Dimple Effect ซึ่งแนวคิดของ
การลดค่า Cd เช่นนี้  เป็นแนวคิดที่จำเป็นมากสำหรับรถซุปเปอร์คาร์  ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม 
ไนกี้ ถึงต้องดึงเอา แลมเบอร์กินี่ กัลลาร์โด้

   ทั้งนี้..ลักษณะของพื้นผิวขรุขระ ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส และหว่างตัวรองเท้ากับลูกฟุตบอล  เพื่อให้
การควบคุมง่ายขึ้นกว่าเดิม  และเฉพาะรุ่นท็อป Mercurial Vapor IX เท่านั้น  ที่ไนกี้ได้เคลือบผิวด้วยสาร
แบบพิเศษ  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ไนกี้ตั้งชื่อว่า ACC หรือ All Conditions Control เพื่อให้ผิวสัมผัสของ
รองเท้ารุ่นนี้ มีความหนึบ ดึงดูดกับลูกฟุตบอลมากขึ้นในกรณีที่ผิวรองเท้าเปียกชื้น  สามารถสังเกตได้
จากสัญลักษณ์ ACC บนลิ้นรองเท้า   

    
   Mercurial Vapor IX แบบปุ่ม FG ยังคงมีรูปแบบการวางปุ่มเช่นเดียวกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  โดยแบ่งเป็นปุ่ม
ด้านหน้าจำนวน 6 ปุ่ม  เล็กใหญ่ วางตัวตามองศาที่ทีมพัฒนาของไนกี้ รับประกันว่า ช่วยเพิ่มความสามารถใน
การออกตัวที่รวดเร็ว  การยึดเกาะกับพื้นสนาม  และการปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่รอบด้าน  ส่วนปุ่มหลัง
จะมีเพียงแค่สองปุ่ม ตรงกลางเจาะรูกลวง  เพื่อช่วยลดน้ำหนักตัวของรองเท้าลง

   ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้  ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีทางวัสดุศาสตร์ขั้นสูง  เพราะไนกี้ใช้ ไฟเบอร์กลาส 
(Fiberglass)
 มาเป็นวัสดุหลัก  และผสมกับ คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbonfiber) เป็นวัสดุชิ้นรอง  มาทำเป็น
ชุดพื้นรองเท้าทั้งชุด  เพื่อให้ชุดพื้นของ Mercurial Vapor IX มีน้ำหนักเบา  แข็งแกร่ง  และตอบสนองต่อ
แรงดีดฝ่าเท้า  ซึ่งมากับโครงสร้างช่วงกลางฝ่าเท้าที่ถูกออกแบบมาใช้กับรองเท้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ

   ชุดพื้นทั้งหมด  จะถูกครอบด้วยกรอบพลาสติก TPU  เป็นกรอบนอก  ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานปุ่ม  ยึดระหว่าง
ชุดพื้นและปลายปุ่มของรองเท้า    

   ตรงปลายหัวรองเท้า ที่เห็นเป็นลักษณะคล้ายหนามหรือฟันปลา  เรียกว่า Toe-off Traction Spikes  จะช่วย
กดยึดและออกแรงกระทำลงไปยังพื้นสนาม  ในจังหวะที่ผู้ใช้งานสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้า  เพื่อให้การ
ออกตัววิ่ง  มีความมั่นคงมากขึ้น

    
   ส่วนของเกราะป้องกันกระแทกส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย  เป็นรูปแบบเกราะป้องกันภายใน  โดยฝังวัสดุพลาสติก
เอาไว้กับแนวส้นเท้า (Internal Heel Counter)  หน้าสัมผัสหุ้มส้นด้านใน เป็นแบบหนังสังเคราะห์ผิวเรียบๆ 
มีฟองน้ำบุเอาไว้ชั้นในไม่มากนัก  และมีเฉพาะแนวหุ้มส้นส่วนบน ที่ไม่ชนกับเกราะป้องกันส้นเท้า

   แผ่นรองพื้นด้านใน ผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้น  ไม่มีการเสริมวัสดุประเภทอื่นเข้ามาเพื่อช่วยรองรับแรงกระแทก
มีผิวหน้าสัมผัสแบบผ้าไนล่อน  ไม่ได้เคลือบผิวให้หนึบเหมือนกับแผ่นรองพื้น ของรองเท้าระดับท็อปซีรี่ย์อื่นๆ
ของไนกี้  และยังแตกต่าง ด้วยการเจาะรูทั่วไปทั้งแผ่นรองพื้น  เพื่อให้ช่วยลดน้ำหนักตัวโดยรวมของรองเท้า
ให้น้อยที่สุด  สำหรับแผ่นรองพื้นของ Mercurial Vapor IX สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้

   Mercurial Vapor IX ถือเป็นรองเท้าระดับท็อปคลาส ที่มีน้ำหนักตัวเบาที่สุดของไนกี้  โดยรองเท้ารุ่นนี้มี
น้ำหนักตัว 187 กรัม จากการชั่งของไซด์มาตรฐาน (27.0 cm)  มีราคาค่าตัวจากการตั้งของไนกี้ อยู่ที่
7,690 บาท  ภายในกล่อง มาพร้อมกับถุงเป้ใส่รองเท้า ดีไซน์และเฉดสี เข้าธีมกับตัวรองเท้า

     

   สรุปข้อมูลทั่วไป
   ระดับรองเท้า : Top Class
   วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์เทจิน ไมโครไฟเบอร์ (Tejin microfiber), หน้าสัมผัสขรุขระ และ
   เคลือผิวด้วยเทคโนโลยี ACC
   ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายใน (Internal Heel Counter)
   วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
   การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้ 
   จุดเด่นของชุดพื้น : ชุดพื้นไฟเบอร์กลาสผสมคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งชิ้น
   วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : PU
   ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดตามยาว  วางปุ่มแบบเฉพาะตัวของซีรี่ย์นี้
   น้ำหนักโดยประมาณ : 187 กรัม 
   จุดเด่นโดยรวม  : รองเท้าน้ำหนักเบา  ชุดพื้นเกาะสนาม  มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย
   ราคา : 7,690 บาท
 



Mercurial Veloce 

    
   ในเจเนอเรชั่น Mercurial IX นี้  ไนกี้ได้ปรับแผนการทำตลาดของรองเท้าระดับรองท็อปอีกครั้ง  โดยเปลี่ยนชื่อ
รุ่นจาก Miracle ที่เคยใช้ทำตลาดมาตั้งแต่เจเนอเรชั่น Mercurial VI มาเป็นชื่อ Veloce เป็นเจเนอเรชั่นแรก  ดังนั้น
ชื่ออย่างเป็นทางการของรองเท้ารุ่นนี้  จึงเรียกแค่ว่า Mercurial Veloce โดยไม่มีการใส่รหัสตัวเลขด้านหลังชื่อ
เพราะนี่เป็นเจเนอเรชั่นแรกนั่นเอง

   Mercurial Veloce คลอดออกมาในฐานะการเป็นรองเท้าระดับรองท็อป  ซึ่งถ้ามองกลับไปที่เจเนอเรชั่นที่แล้ว
ก็เปรียบได้ว่า รองเท้ารุ่นนี้  ค่อนข้างที่จะเป็นลูกผสมระหว่างรุ่น Mercurial Miracle III (รุ่นรองท็อป) กับ
Mercurial Glide III (รุ่นกลาง) ก็ว่าได้  แต่จะมีรายละเอียดและเทคโนโลยีอย่างไรบ้าง  เลื่อนลงไปอ่านต่อ
ได้เลย 

   
   
   วัสดุหน้าผ้าและตัวรองเท้าของ Mercurial Veloce นั้นทำมาจากหนังสังเคราะห์เทจิน ไมโครไฟเบอร์
(Tejin Microfiber)
 เหมือนกันกับรองเท้ารุ่นท็อป  รวมถึงลักษณะของผิวสัมผัสยังเป็นพื้นผิวแบบขรุขระ คล้าย
ลูกกอล์ฟ  และผิวสัมผัสส่วนหน้า ให้มีความหนึบ  ดึงดูดกับลูกฟุตบอลได้ดี  แต่ไม่มีเทคโนโลยี ACC หรือ 
All Conditions Control บรรจุมาให้ แต่อย่างใด

    
   ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้  ทำจากพลาสติก PU ฉีดขึ้นรูปเป็นหลัก  โดยมีแค่ตรงกลางฝ่าเท้า
เท้านั้น  มีทำช่องว่างแสดงลวดลายของวัสดุแบบคาร์บอนไฟเบอร์เอาไว้ด้วย  แต่ทางข้อมูล  ไม่ได้ระบุชัดเจน
ว่าเป็นเพียงแค่การทำลวดลายให้เหมือน  หรือว่ามีการใช้วัสดุดังกล่าวจริง  ส่วนตรงกลางฝ่าเท้าจะมีลักษณะ
แนวสันนูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

    
   ปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้  มีปุ่มทั้งหมด 8 ปุ่ม  โดยแบ่งเป็นปุ่มส่วนหน้า 6 ปุ่ม และปุ่มส่วนหลัง 2 ปุ่ม 
มีรูปแบบการวางปุ่มเฉพาะตัว  ตามสไตล์ของรองเท้าซีรี่ย์นี้  เพื่อให้ศักยภาพในด้านการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว
และยึดเกาะกับพื้นสนามที่ยอดเยี่ยม  แต่ลักษณะของปุ่มคู่หลัง ของ Mercurial Veloce นั้น  จะไม่มีการเจาะรูปุ่ม
ให้กลวง เหมือนกับ Mercurial Vapor IX

   ตรงปลายหัวรองเท้า ที่เห็นเป็นลักษณะคล้ายหนามหรือฟันปลา  เรียกว่า Toe-off Traction Spikes  จะช่วย
กดยึดและออกแรงกระทำลงไปยังพื้นสนาม  ในจังหวะที่ผู้ใช้งานสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้า  เพื่อให้การ
ออกตัววิ่ง  มีความมั่นคงมากขึ้น 

    
   เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย  เป็นแบบเกราะภายในเข้ารูปกับส้นเท้า (Internal Heel Counter) 
หุ้มส้นด้านใน มีผิวหน้าสัมผัสแบบหนังสังเคราะห์  ผิวเรียบ  ชั้นด้านในมีการบุฟองน้ำเอาไว้ที่ส่วนบนของหุ้มส้น
ส่วนด้านล่าง  ที่ชนกับแนวเกราะป้องกันส้นเท้า  จะไม่มีฟองน้ำบุเอาไว้ด้านใน

   แผ่นรองพื้นของ Mercurial Veloce สามารถถอดแยกออกมาได้  ผลิตจากวัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้น
เดียวกันทั้งแผ่น  ไม่มีวัสดุอื่นเพื่อช่วยรองรับแรงกระแทก  และทั่วทั้งแผ่นรองพื้นยังถูกเจาะรู  เพื่อลดน้ำหนักตัว
รองเท้าอีกด้วย  แต่จุดที่หน้าสนใจจริงๆ ก็คือลักษณะหน้าสัมผัสของแผ่นรองเท้า  ที่มีการเคลือบผิวคล้ายยาง
ให้มีความหนึบ  สามารถดึงดูดกับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่ ป้องกันการลื่นไถล ได้เป็นอย่างดี  เหมือนกับหน้าสัมผัส
ของแผ่นรองพื้น  ในรองเท้าระดับท็อป ซีรี่ย์อื่นๆ ของไนกี้  ในขณะที่รายละเอียดตรงนี้  ไม่มีใน Mercurial Vapor IX 
ซึ่งเป็นรุ่นท็อป

   แม้จะเป็นรองเท้าระดับรองท็อป แต่ไนกี้ก็พยายามพัฒนาให้ Mercurial Veloce มีน้ำหนักตัวเบาที่สุดเท่าที่จะ
ทำได้  โดยรองเท้ารุ่นนี้  มีน้ำหนัก 211 กรัม (ไซด์มาตรฐาน)  เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว ลดลงถึง 20 กรัม
เช่นเดียวกับราคาค่าตัว ที่ลดลงมาอยู่ที่ 4,300 บาท เท่านั้น  

   สรุปข้อมูลทั่วไป
   ระดับรองเท้า : Medium Class
   วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์เทจิน ไมโครไฟเบอร์ (Tejin Microfiber)
   ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายใน (Internal Heel Counter)
   วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
   การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้ 
   จุดเด่นของชุดพื้น : -
   วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : PU
   ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดตามยาว  วางปุ่มแบบเฉพาะตัวของซีรี่ย์นี้
   น้ำหนักโดยประมาณ : 211 กรัม 
   จุดเด่นโดยรวม  : ถือเป็นรุ่นรองท็อป ที่มีเทคโนโลยีสำคัญมาให้ได้ใช้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา
   ราคา : 4,300 บาท
 



Mercurial Victory IV 

   
   แม้ว่ารองเท้าระดับรองท็อป จะถูกเปลี่ยนชื่อรุ่นไปใหม่แล้ว  แต่สำหรับรุ่นล่างสุดในสายการผลิตของซีรี่ย์นี้
ยังคงใช้ชื่อว่า Mercurial Victory (IV) ต่อยอดมาจากเจเนอเรชั่นที่แล้วเหมือนเดิม  แต่ในฐานะของรองเท้า
ฟุตบอลระดับล่างสุดในซีรี่ย์นี้  จึงถูกตัดเทคโนโลยีต่างๆ ออกไปมากพอสมควร 

    
   ไนกี้ Mercurial Victory IV ใช้วัสดุประเภทหนังสังเคราะห์ (Synthetic Leather) มาผลิตเป็นหน้าผ้าและ
ตัวรองเท้า  ถ้ามองจากภายนอก  จะเห็นเหมือนว่าผิวของหนัง มีลักษณะขรุขระ คล้ายผิวของลูกกอล์ฟ  ซึ่งเป็น
จุดเด่นของเจเนอเรชั่นนี้  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  ลักษณะผิวของรองเท้ารุ่นนี้  ไม่ใช้ผิวขรุขระ ไม่มีรอยบุ๋ม
เหมือนกับรองเท้ารุ่นที่สูงกว่า ทั้งสองรุ่น  ที่เห็นนั้น เป็นเพียงการลงลวดลายลงไปเป็นหนังรองเท้าเท่านั้น

   อย่างไรก็ตาม..ตัวรองเท้ารุ่นนี้  ได้ถูกเคลือบผิวให้มีลักษณะให้เงาวับ  มีความหนึบเพื่อให้ดึงดูดกับลูกฟุตบอล
แต่ไม่มีการเทคโนโลยี ACC หรือ All Conditions Control ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับนี้

    
   รูปแบบและการวางปุ่ม FG ของ Mercurial Victory IV ก็มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป  โดยช่วงปุ่มด้านหน้า
ยังคงเอกลักษณ์ของรูปแบบแนววางปุ่มเฉพาะตัว แบบ 6 ปุ่ม  เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่  และการ
ยึดเกาะกับพื้นสนาม  แต่ที่แตกต่างจากรุ่นที่สูงกว่า  ก็คือจำนวน ปุ่มหลัง 4 ปุ่ม นั่นเอง 

   ตรงปลายหัวรองเท้า ที่เห็นเป็นลักษณะคล้ายหนามหรือฟันปลา  เรียกว่า Toe-off Traction Spikes  จะช่วย
กดยึดและออกแรงกระทำลงไปยังพื้นสนาม  ในจังหวะที่ผู้ใช้งานสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้า  เพื่อให้การ
ออกตัววิ่ง  มีความมั่นคงมากขึ้น 

   
   ชุดพื้นและปุ่มทั้งหมด  ผลิตจากพลาสติก PU ฉีดขึ้นรูป  โดยชุดพื้นทั้งแผงจะเป็นพลาสติกสีทึบ  ไม่มีการใช้
ลวดลายหรือวัสดุจำนวนไฟเบอร์กลาสมาประดับให้เห็น  ส่วนลักษณะตรงกลางฝ่าเท้า  ที่เป็นช่วงที่เชื่อมกับปุ่ม
ด้านหน้าและด้านหลัง  จะมีลักษณะราบเรียบไปเลย  ไม่มีสันนูนขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว 

    
   เกราะกันกระแทกส้นเท้า เป็นแบบภายใน (Internal Heel Counter) เป็นชิ้นพลาสติกแข็ง ฝังเอาไว้ที่ส่วนล่าง
ของส้นรองเท้า  ผิวหน้าสัมผัสของหุ้มส้นด้านใน  เป็นหนังสังเคราะห์แบบผิวเรียบ  แผ่นรองพื้นสามารถถอดแยก
ออกมาจากตัวรองเท้าได้  ผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้น  ผิวหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้นเป็นหน้าผ้าไนล่อน  ไม่มีการ
เจาะรู


   Mercurial Victory IV มีน้ำหนักตัวมากที่สุดในซีรี่ย์นี้  ตัวเลขที่ชั่งออกมาของไซด์มาตรฐาน อยู่ที่ 238 กรัม
สนนราคาค่าตัว 3,000 บาท เป็นราคาที่เท่ากับเจเนอเรชั่นที่แล้ว 

   สรุปข้อมูลทั่วไป
   ระดับรองเท้า : Begin Class
   วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์ (Synthetic leather)
   ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายใน (Internal Heel Counter)
   วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
   การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้ 
   จุดเด่นของชุดพื้น : -
   วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : PU
   ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดตามยาว  วางปุ่มแบบเฉพาะตัวของซีรี่ย์นี้
   น้ำหนักโดยประมาณ : 238 กรัม 
   จุดเด่นโดยรวม  : -
   ราคา : 3,000 บาท




Tech-Sheet 

NIKE MERCURIAL IX SERIES
Mercurial Vapor IXMercurial VeloceMercurial Victory IV
คลาสTopMediumBegin
หนังตัวรองเท้าหนังสังเคราะห์เทจินหนังสังเคราะห์เทจินหนังสังเคราะห์ทั่วไป
ผิวตัวรองเท้าขรุขระมีมีไม่มี
ACCมีไม่มีไม่มี
ชุดพื้นไฟเบอร์กลาสทั้งชุดตกแต่ง, บางส่วนไม่มี
Toe-off Traction Spikesมีมีมี
วัสดุแผ่นรองพื้นEVAEVAEVA
หน้าสัมผัสแผ่นรองพื้นหนังสังเคราะห์ผิวเรียบหนังสังเคราะห์ผิวเรียบหนังสังเคราะห์ผิวเรียบ
การถอดแผ่นรองพื้นถอดได้ถอดได้ถอดได้
น้ำหนัก(กรัม)187211238
ราคา(บาท)7,6904,3003,000